สรุปย่อ
โค้ดของ Cardano กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการอัปเกรดระบบให้รองรับการขยายตัวได้มากขึ้นและปรับปรุงโหนดที่สำคัญ
- เปิดตัว Leios Testnet (23 มิถุนายน 2026) – การทดสอบระบบฉันทามติรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมอย่างมหาศาล
- อัปเกรดโหนด v11.0.1 (พฤษภาคม 2026) – การอัปเดตที่จำเป็นสำหรับผู้ดูแลโหนด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเกรด Van Rossem hard fork และ Protocol Version 11
- ปล่อย CLI และเครื่องมือพัฒนา (ไตรมาส 1–2 ปี 2026) – การอัปเดตเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อและการตรวจสอบเครือข่าย
รายละเอียดเพิ่มเติม
1. เปิดตัว Leios Testnet (23 มิถุนายน 2026)
ภาพรวม: นี่คือการทดสอบเครือข่ายจริงครั้งแรกของ Ouroboros Leios ซึ่งเป็นระบบฉันทามติรุ่นใหม่ของ Cardano ที่เปลี่ยนจากการวิจัยในเชิงทฤษฎีมาเป็นการใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายแก้ไขปัญหาหลักเรื่องการขยายตัวของเครือข่าย
ระบบนี้นำเสนอวิธีการสร้างบล็อกแบบใหม่ที่สามารถประมวลผลธุรกรรมพร้อมกันหลายรายการ (parallel processing) ซึ่งแตกต่างจากระบบ Ouroboros Praos ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยทาง Input Output Group (IOG) ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมให้เร็วขึ้น 10 ถึง 65 เท่า ทำให้เครือข่ายสามารถรองรับธุรกรรมได้มากกว่า 1,000 รายการต่อวินาที (TPS)
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีมากสำหรับ Cardano เพราะช่วยแก้ปัญหาความเร็วของเครือข่ายโดยตรง หากการทดสอบนี้ประสบความสำเร็จ จะเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Cardano สามารถเป็นบล็อกเชนที่รองรับธุรกรรมจำนวนมากได้จริง ซึ่งสำคัญต่อการรองรับผู้ใช้จำนวนมากและแอปพลิเคชันที่ซับซ้อน เช่น DeFi และเกม
(U.Today)
2. อัปเกรดโหนด v11.0.1 (พฤษภาคม 2026)
ภาพรวม: เวอร์ชันนี้เป็นการอัปเกรดที่ผู้ดูแลโหนดทุกคนต้องติดตั้งเพื่อให้สามารถผ่านการอัปเกรด Van Rossem hard fork ซึ่งจะเปิดใช้งาน Protocol Version 11 บนเครือข่ายหลัก โดยเป็นการต่อยอดจากเวอร์ชันก่อนหน้าอย่าง Node 10.7.0
การอัปเกรดนี้เน้นการเพิ่มความสามารถของสมาร์ตคอนแทรกต์ Plutus ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ สำหรับนักพัฒนา รวมถึงปรับปรุงโมเดลต้นทุนของสมาร์ตคอนแทรกต์ให้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ดีขึ้น
ความหมาย: สำหรับ Cardano นี่เป็นก้าวที่จำเป็นและมีแนวโน้มเป็นบวก เพราะช่วยให้สมาร์ตคอนแทรกต์ทำงานได้ชาญฉลาดและอาจมีต้นทุนถูกลงในอนาคต สำหรับเครือข่ายเองก็ช่วยให้มีความเสถียรและพร้อมสำหรับการเติบโตในขั้นต่อไป แต่ผู้ดูแลโหนดต้องอัปเกรดให้ทันเวลาเพื่อป้องกันปัญหา
(Vortex)
3. ปล่อย CLI และเครื่องมือพัฒนา (ไตรมาส 1–2 ปี 2026)
ภาพรวม: ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ทีมพัฒนาได้ปล่อยอัปเดตเครื่องมือพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เช่น cardano-cli เวอร์ชัน 10.16.0.0 ในเดือนเมษายน และ cardano-node เวอร์ชัน 10.6.2 ในเดือนกุมภาพันธ์
การอัปเดตเหล่านี้มักจะเป็นการปรับปรุงการเชื่อมต่อ การรองรับโปรโตคอล และความสามารถในการตรวจสอบเครือข่าย เช่น ฟีเจอร์ UTXO HD ที่ย้ายการเก็บข้อมูลจากหน่วยความจำไปยังฮาร์ดดิสก์ ช่วยลดการใช้หน่วยความจำของโหนดได้ถึง 80%
ความหมาย: นี่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Cardano เพราะแสดงให้เห็นว่ามีการดูแลและปรับปรุงซอฟต์แวร์เครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้เครือข่ายมีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับนักพัฒนาเองก็มีเครื่องมือที่ดีขึ้นในการสร้างแอปพลิเคชัน
()
สรุป
กิจกรรมการพัฒนาโค้ดของ Cardano ในช่วงนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาหลัก คือการเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตัวของเครือข่ายผ่าน Leios พร้อมกับการรับประกันความมั่นคงด้วยการอัปเกรดโหนดที่จำเป็น การเปิดตัว testnet ครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าการวิจัยและพัฒนาหลายปีที่ผ่านมาได้ผลจริงหรือไม่ ตลาดจะตอบรับอย่างไรกับข้อมูลจริงของระบบ throughput รุ่นใหม่ของ Cardano?